Loading…

READY TO ROCK?

Click the button below to start exploring our website and learn more about our awesome company
Start exploring
ขนส่งพัสดุ

มาทำความเข้าใจกับระบบส่งพัสดุกันเถอะ

ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ความนิยมในการช้อปปิ้งออนไลน์ของลูกค้านั้นมีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ด้วยกระแสของการกักตัวอีกทั้งยังมีปัจจัยในด้านของการเกิดขึ้นของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เป็นจำนวนมาก ทำให้ระบบในการขนส่งพัสดุนั้นจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับปริมาณความต้องการในการสั่งซื้อสินค้า อุปโภคบริโภคในอนาคต ดังนั้นระบบขนส่งพัสดุจึงได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยอำนวยความสะดวกสบายตั้งต่อตัวบริษัทและลูกค้านั่นเอง ระบบขนส่งพัสดุคืออะไร ระบบขนส่งพัสดุนั้นคือระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเข้าใช้งานและการจัดลำดับอีกทั้งยังสามารถช่วยในการ Tracking พัสดุต่าง ๆ ที่จากบริษัทนั้น ๆ ได้ส่งออกไปยังลูกค้าปลายทางได้อย่างง่ายดาย โดยประโยชน์ของระบบนี้ก็สามารถทำให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะให้ทางบริษัทนั้นขนส่งพัสดุของเราด้วยทางช่องทางใด ตัวอย่างเช่น นายเอ ต้องการและประทับใจในการบริการบริษัทขนส่งหนึ่งก็สามารถเลือกได้อย่างอิสระไม่เป็นการจำกัดสิทธิของลูกค้านั่นเอง ข้อดีในส่วนต่อมานั้น ในเวลาต่อมาจึงได้ถูกเรียกระบบนี้ว่าการบริการขนส่งอย่างรวดเร็วหรือระบบที่บริการการส่งได้อย่างสะดวก รวดเร็วและมีความแม่นยำถูกต้องนั่นเอง ประโยชน์ของระบบส่งพัสดุ ปัญหาในการขนส่งพัสดุนั้นจำเป็นต้องมีพนักงานเพื่อมารับพัสดุต่าง ๆ เหล่านี้ไปยังลูกค้าปลายทาง ซึ่งบางกรณีตัวบริษัทนั้นก็อยู่ไกลจากสถานที่รับของลูกค้า จึงจำเป็นที่จะต้องเปิดสาขาเพื่อความสะดวกและง่ายต่อการขนส่ง อีกทั้งยังสามารถช่วยเป็นเครื่องการันตีได้ว่าของนั้นจะเกิดการเสียหายเนื่องจากระยะเวลาในการจัดส่งพัสดุนั้นสั้น เปรียบเสมือนตัวกลางและเชื่อมกันระหว่างสองบริษัทหรือในอีกหลาย ๆ บริษัทที่ไม่ต้องลงทุนจ้างในการจ้างพนักงานหรือรถส่งของเพิ่ม เพียงแต่เรามีสถานที่เป็นตัวกลางและคอยดำเนินการให้บริการในส่วนนี้แทน ทำให้เหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถเกิดความสะดวกสบายในการบริการที่เปรียบเสมือนเป็นจุดวางสินค้าจากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราได้รับออเดอร์มาแล้วต้องการที่จะส่ง เราไม่จำเป็นต้องเดินทางเพื่อไปยังบริษัทขนส่ง ทางระบบขนส่งก็จะเป็นตัวกลางในการรับของแล้วก็ดำเนินการส่งไปยังบริษัทขนส่งเหล่านั้นแทนตัวพ่อค้าแม่ค้าเอง ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายลงไปได้เป็นอย่างมาก ในส่วนของราคาและค่าธรรมเนียมในการให้บริการกับระบบขนส่งระบบนี้ก็มีอัตราการให้บริการที่แสนจะถูก เมื่อเทียบเท่ากับการเดินทางไปส่งด้วยตนเองนั้น ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าน้ำมัน ค่ารถ ค่าเดินทางต่าง ๆ ไปบริษัทขนส่งลงได้เป็นอย่างมาก

เครื่องดูดความชื้น

ทำไม อุตสาหกรรมนั้นจำเป็นต้องใช้ “เครื่องดูดความชื้น”

ความชื้นนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ถ้าหากว่ามากเกินไปนั้นอาจจะทำให้ร่างกายของเรานั้นเกิดอันตรายได้ และ มีปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายด้วยเช่นกัน ดังนั้นในบทความนี้สำหรับ “เรื่องของความชื้น” นั้นเรามาลองดูกันดีกว่านะครับว่าทำไม อุตสาหกรรมนั้นจึงจะต้องมี “เครื่องดูดความชื้น”” กันทำไมกันบ้างมาลองดูเหตุกันนะครับ ความชื้นเป็นที่เติบโตของเชื้อโรค ความชื้นนั้นเป็นที่เติบโตของเชื้อโรคอย่างมาก ซึ่งบางครั้งนั้นเราอาจจะไม่รู้นะครับว่าเชื้อโรคนั้นจะเติบโตได้ขนาดไหน ยิ่งถ้าหากว่ามีความชื้นมากด้วยแล้ว เชื้อโรคนั้นจะเติบโตขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นเครื่องดูดความชื้น นั้นจะช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมนั้นลดความชื้นลงอย่างมาก  และทำให้พนักงานนั้นไม่เจอกับเชื้อโรคด้วยนะครับ ดังนั้นภายในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นความชื้นนั้นมีความสำคัญกับพนักงานอย่างมากเลยนะครับ ความชื้นนั้นจะช่วยให้อายุการใช้งานของเครื่องจักรลดลง      อีกหนึ่งข้อดีของการมี “ เครื่องดูดความชื้น” ให้ใช้ภายในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นคือในเรื่องของ “อายุการใช้งานของเครื่องจักร” นั้นถือว่าสำคัญมากด้วยเช่นกัน เพราะว่าถ้าหากว่า ความชื้นนั้นมากเกินไปนั้นจะทำให้อายุการใช้งานของเครื่องจักรลดลงอย่างมาก และ ทำให้เครื่องจักรนั้นทำงานผิดพลาดได้ด้วยเช่นกัน  ดังนั้นเพื่อความผิดพลาดการทำงานของเครื่องจักรนั้น การลดความชื้นนั้นจะช่วยให้การทำงานของเครื่องจักรนั้นทำงานได้ปกติได้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างมากนะครับ ความชื้นทำให้อากาศไม่สบายตัว อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของ “ความสบาย” นั้นก็เพราะพว่าหากว่าอากาศนั้นมีความชื้น นั้นจะทำให้พนักงานนั้นรู้สึกไม่สบายตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งนั้นทำให้การทำงานนั้นลดประสิทธิภาพลงด้วยเช่นกัน   ดังนั้นสำหรับอีกหนึ่งข้อดีของ “เครื่องดูดความชื้น”” นั้นคือในเรื่องของ การทำให้สบายตัว  มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้พนักงานนั้นสบายตัวมากยิ่งขึ้นอย่างมากนะครับ ช่วยให้เก็บสินค้าได้มากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการเก็บสินค้าเองก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากนะครับ เพราะว่าการเก็บสินค้าบางชนิดนั้นจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน  ดังนั้นในการเก็บสินค้านั้น การที่มีอุณหภูมิที่คงที่นั้น จะช่วยให้สามารถทำให้เก็บสินค้าได้นานขึ้นอย่างมาก และ ช่วยให้มาตรฐานของการเก็บสินค้านั้นดีขึ้นอย่างมากนะครับ  และทำให้สินค้าภายในอุตสาหกรรมนั้นมีมาตรฐานมากขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน ช่วยให้การผลิตสินค้าดีขึ้น […]

จดทะเบียนบริษัท

การเปิดบริษัทเป็นของตัวเองทำได้อย่างไร

เหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคน มักให้ความสนใจในการจดทะเบียนบริษัทเป็นของตนเองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสินค้าหรือบริการของเรา ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจกำลังมองหาขั้นตอนในการจดทะเบียนบริษัท เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างง่าย ด้วยตนเอง โดยจะมี 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ ขั้นตอนแรกนั้นจะต้องทำการจองชื่อบริษัทเป็นอันดับแรก ชื่อที่ก่อตั้งขึ้นใหม่จะต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกับชื่อที่เคยมีอยู่ก่อนหน้าแล้วหรือชื่อที่ใกล้เคียงกับชื่อบริษัทอื่น โดยสามารถจะทำการจองด้วยตนเองได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่สำนักงานพาณิชย์ประจำจังหวัดนั้น ๆ หรือสามารถจองผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยเข้าไปทำการสมัครสมาชิกในเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในเมนูที่ชื่อว่าจองชื่อหรือตรวจคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล เมื่อผ่านการ login เข้าสู่ระบบแล้วจะมีการให้คุณได้ลงทะเบียนชื่อเอาไว้ทั้ง 3 ชื่อที่คุณได้ตั้งเอาไว้ โดยการจดทะเบียนบริษัทนั้นจะต้องไม่ซ้ำกับบุคคลอื่น เมื่อทำการกรอกชื่อครบทั้ง 3 ชื่อแล้ว ให้กดคำว่า Submit จากนั้นนายทะเบียนจะใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อมีการยืนยันการจองสำเร็จจึงถือว่าเราทำขั้นตอนการจองชื่อสำหรับจดทะเบียนบริษัทได้สำเร็จ ขั้นตอนที่สองเป็นขั้นตอนของการเตรียมข้อมูล ซึ่งจะต้องเตรียมข้อมูลสำคัญอยู่ด้วยกัน 7 ส่วนอันประกอบไปด้วย ชื่อของบริษัทที่ทำการจองไว้ ที่ตั้งของสำนักงาน ซึ่งจะต้องมีการจดเลข 11 หลัก ที่อยู่บนสมุดทะเบียนบ้านและแผนภาพสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ด้วยจึงจะถือว่าเป็นที่ตั้งของสำนักงานได้ วัตถุประสงค์ของบริษัทในการก่อตั้งขึ้นโดยจะต้องเขียนแจกแจงออกมาเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจนและกระชับได้ใจความและครอบคลุมกิจการทั้งหมดของธุรกิจ ทุนในการจดทะเบียนบริษัท สามารถจดทะเบียนบริษัทโดยใช้ทุนเท่าไหร่ก็ได้แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมักจะนิยมจดที่ราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท รายชื่อของผู้ประกอบการหรือผู้ก่อตั้ง โดยจะใช้ชื่อผู้ก่อการทั้งหมด 3 คนขึ้นไป โดยทุกคนที่ถูกนำชื่อมาใช้ในการจดทะเบียนบริษัทนี้จะต้องมีการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น รายชื่อของผู้ถือหุ้นจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท […]

มีเงินทุนน้อยควรเลือกลงทุนธุรกิจแบบไหนดี

มีเงินทุนน้อย จะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรดี

เงินทุน เป็นสิ่งที่จะเริ่มต้นให้กับการทำธุรกิจ และจะประคองธุรกิจให้อยู่ได้ การจะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรก็ตาม ล้วนต้องใช้เงินทุนทั้งสิ้น ส่วนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเงินทุนของแต่ละคน และความเหมาะสม เราอาจจะเคยเห็นบางธุรกิจ ที่ใช้เงินเริ่มต้นด้วยเงินทุนไม่สูงมาก แต่สามารถาสร้างกำไรได้อย่างมหาศาล และปัจจุบันก็มีธุรกิจที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า ทำไมเขาทำแบบนั้นได้ ประเด็นก็คืออยู่ที่เรื่องของการบริหารเงินทุน และไอเดียในการทำธุรกิจต่างหาก สำหรับใครที่มีความฝันในการทำธุรกิจอยู่ เราจะมาดูว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินทุนน้อยๆ นั้น ควรจะเริ่มอย่างไรให้ธุรกิจไปต่อได้ และสร้างกำไรให้กับคุณ 1. เริ่มในสิ่งที่ตัวเองชอบ ถ้าเริ่มทำอะไรก็ตามในสิ่งที่ตัวเองชอบ คุณก็จะอยู่กับสิ่งนั้นได้นาน ความชอบอาจจะเริ่มต้นจากงานอดิเรก หรือจุดเล็กๆ ในชีวิตของคุณก็ได้ เป็นเหมือนการเอามาต่อยอดความสำเร็จให้สูงขึ้นกว่าเดิม และในการเริ่มต้นทำธุรกิจที่ดีนั้น ไม่ควรจะเริ่มต้นด้วยการเห็นว่าคนอื่นประสบความสำเร็จในธุรกิจอะไร แล้วเราก็จะเอาตาม แบบนั้นจะทำให้คุณทำงานลำบาก และไม่มีความสุขกับการทำงานด้วย 2. สะสมความรู้ให้มากที่สุด เมื่อคุณรู้ว่าต้องการอยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร แม้จะเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่แล้ว ก็ควรหาความรู้เพิ่มเติมให้มากที่สุด เอาให้เหมือนกับว่าเราเป็นผู้รู้ในเรื่องนั้นเลย อย่างเช่นการจะทำสวนผักสักอย่าง ก็ควรศึกษาวิธีการปลูกให้ดี การป้องกันดูแลผัก ตลาดที่รับซื้อ แบบนี้เป็นต้น อีกอย่างถ้าคุณคิดว่ายังไม่รู้เรื่องอะไรดีพอ ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยการเข้าอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ทุกอย่างมีรวบรวมให้คุณหมดแล้วอยู่ในนั้น ทั้งตัวอย่างของคนไทย และคนต่างประเทศที่ทำธุรกิจ เชื่อว่าจะต้องมีคนที่ทำธุรกิจคล้ายกับคุณอยู่ไม่น้อย ลองไปศึกษาและนำไปเดียเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจของคุณด้วยก็ได้ 3. เริ่มลงมือทำ บางทีการสะสมความรู้เพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้ความรู้มากที่สุด อาจจะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเสมอไป […]

การทำธุรกิจคู่กับงานประจำ

อยากทำธุรกิจคู่กับงานประจำ ควรเริ่มต้นอย่างไร

เชื่อว่าคนทำงานประจำจำนวนไม่น้อย อยากจะออกจากชีวิตงานประจำอยู่วันละหลายครั้ง อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเองสักอย่าง จะได้มีเวลาให้กับชีวิต ให้กับครอบครัวมาก และจะได้มีอิสระทางด้านการเงิน เป็นเถ้าแก่น้อยคนต่อไป แต่ก็ยังไม่มีไอเดียว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ออกจากงานแล้วจะไปทำอะไรต่อ สำหรับคนทำงานประจำท่านใด ที่มีความรู้สึกอย่างนี้อยู่ อยากจะบอกว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจบางอย่าง สามารถทำควบคู่กับการทำงานประจำของคุณได้เลย โดยที่ไม่ต้องลาออก อย่างน้อยหากธุรกิจไม่เป็นอย่างที่หวัง คุณก็ยังมีรายได้จากงานประจำเช่นเดิม มาดูว่าไอเดียในการทำธุรกิจควบคู่กับงานประจำ เริ่มต้นอย่างไรบ้าง 1. หาตัวเลือกที่เหมาะสมกับเวลาของคุณ เมื่อคุณทำงานประจำอยู่ เวลาในการทำธุรกิจก็ย่อมน้อยลง ดังนั้นควรมองหาธุรกิจที่สามารถทำได้โดยที่ไม่รบกวนเวลางาน อย่างเช่น เป็นธุรกิจที่ทำในช่วงเย็นได้ หรือทำเฉพาะวันหยุด อย่างการเปิดร้านอาหาร ร้านแฟรนไชส์ เป็นต้น ถือว่าเป็นการหารายได้เสริม และเป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ 2. มองหาตัวช่วย เดี๋ยวนี้ตัวช่วยหลักของการทำธุรกิจทุกประเภท ก็คือการทำผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การขายผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการให้บริการได้มากกว่าการเปิดหน้าร้าน และการขายผ่านออนไลน์ ก็ยังเป็นการประหยัดเงินทุนของคุณได้มาก เพราะไม่ต้องเสียเงินในการทำร้าน ตกแต่งร้าน ถ้าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร คุณก็ทำอาหารที่บ้าน และส่งออเดอร์ให้กับลูกค้าได้เลย 3. ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เทคโนโลยีในการขายก็มีแล้ว นั่นก็คือการขายผ่านทางออนไลน์เพิ่มอีกช่องทาง ส่วนวิธีการบริหารเองก็สำคัญเช่นกัน หากคุณยังจัดการเวลาหรือบริหารธุรกิจของตัวเองยังไม่ดีพอ ควรจะมองหาตัวช่วยเข้ามาช่วย นั่นก็คือการใช้โปรแกรมต่าง เช่น […]

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ

การเริ่มต้นทำธุรกิจ คืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของชีวิตที่หลายคนมีความใฝ่ฝัน เพราะในยุคนี้เราจะเห็นเกี่ยวกับคนอายุน้อยร้อยล้านกันมาก จึงทำให้อยากจะเป็นเหมือนกับคนเหล่านั้นได้ แต่การจะเริ่มทำเลยโดยที่ไม่มีการเตรียมความพร้อมอะไรมาก่อน ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเช่นกัน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะขากทุน หรือว่าเจ้งได้นั่นเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเริ่มต้นทำธุรกิจ เราจะมาดูกันก่อนว่า สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจมีอะไรบ้าง จะได้เป็นไอเดียในการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ เรื่องที่ควรรู้ก่อนเริ่ม 1. ต้องการทำ หรือถนัดเรื่องอะไร อันดับแรกเราต้องถามตัวเองก่อนว่า มีความต้องการอยากจะทำอะไร หรือมีความชอบในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งการทำธุรกิจ จะต้องเลือกที่ตัวเราชอบเท่านั้น จะได้มีความสุขขณะที่ทำงานไปด้วย และยิ่งเราเมีความรู้ศึกษาในสิ่งที่ตัวเองถนัดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจได้มากเท่านั้น 2. เลือกประเภทของการทำธุรกิจให้ตรง ประเภทของการทำธุรกิจ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ก็คือ การทำธุรกิจระหว่างธุรกิจ (Business-to-Business) คือกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นบริษัท หรือว่าเป็นองค์กรที่ทำธุรกิจ ซึ่งการทำธุรกิจประเภทนี้จะมีขนาดที่เป็นขนาดใหญ่ และมีกำลังการผลิตที่สูงพอสมควร กับแบบที่สองก็คือ การทำธุรกิจระหว่างธุรกิจกับลูกค้า (Business-to-Customer) คือการทำสินค้าเพื่อมาตอบสนองความต้องการของลูกค้านั่นเอง อย่างเช่น การทำเสื้อผ้า ของกิน เป็นต้น 3. เป้าหมายที่ชัดเจน เป้าหมายในการทำธุรกิจ จะเป็นเหมือนความฝันที่จะทำให้คุณมีไฟในการทำงานมากขึ้น หากไม่รู้ว่าทำธุรกิจเพื่อมีจุดประสงค์อะไร การทำธุรกิจก็อาจจะไม่ได้ผล และมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ อย่างเช่น เป้าหมายต้องการอยากจะมีเงินล้าน […]