0 Comments
เครื่องดูดความชื้น

ทำไม อุตสาหกรรมนั้นจำเป็นต้องใช้ “เครื่องดูดความชื้น”

ความชื้นนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ถ้าหากว่ามากเกินไปนั้นอาจจะทำให้ร่างกายของเรานั้นเกิดอันตรายได้ และ มีปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายด้วยเช่นกัน ดังนั้นในบทความนี้สำหรับ “เรื่องของความชื้น” นั้นเรามาลองดูกันดีกว่านะครับว่าทำไม อุตสาหกรรมนั้นจึงจะต้องมี “เครื่องดูดความชื้น”” กันทำไมกันบ้างมาลองดูเหตุกันนะครับ ความชื้นเป็นที่เติบโตของเชื้อโรค ความชื้นนั้นเป็นที่เติบโตของเชื้อโรคอย่างมาก ซึ่งบางครั้งนั้นเราอาจจะไม่รู้นะครับว่าเชื้อโรคนั้นจะเติบโตได้ขนาดไหน ยิ่งถ้าหากว่ามีความชื้นมากด้วยแล้ว เชื้อโรคนั้นจะเติบโตขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นเครื่องดูดความชื้น นั้นจะช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมนั้นลดความชื้นลงอย่างมาก  และทำให้พนักงานนั้นไม่เจอกับเชื้อโรคด้วยนะครับ ดังนั้นภายในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นความชื้นนั้นมีความสำคัญกับพนักงานอย่างมากเลยนะครับ ความชื้นนั้นจะช่วยให้อายุการใช้งานของเครื่องจักรลดลง      อีกหนึ่งข้อดีของการมี “ เครื่องดูดความชื้น” ให้ใช้ภายในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นคือในเรื่องของ “อายุการใช้งานของเครื่องจักร” นั้นถือว่าสำคัญมากด้วยเช่นกัน เพราะว่าถ้าหากว่า ความชื้นนั้นมากเกินไปนั้นจะทำให้อายุการใช้งานของเครื่องจักรลดลงอย่างมาก และ ทำให้เครื่องจักรนั้นทำงานผิดพลาดได้ด้วยเช่นกัน  ดังนั้นเพื่อความผิดพลาดการทำงานของเครื่องจักรนั้น การลดความชื้นนั้นจะช่วยให้การทำงานของเครื่องจักรนั้นทำงานได้ปกติได้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างมากนะครับ ความชื้นทำให้อากาศไม่สบายตัว อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของ “ความสบาย” นั้นก็เพราะพว่าหากว่าอากาศนั้นมีความชื้น นั้นจะทำให้พนักงานนั้นรู้สึกไม่สบายตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งนั้นทำให้การทำงานนั้นลดประสิทธิภาพลงด้วยเช่นกัน   ดังนั้นสำหรับอีกหนึ่งข้อดีของ “เครื่องดูดความชื้น”” นั้นคือในเรื่องของ การทำให้สบายตัว  มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้พนักงานนั้นสบายตัวมากยิ่งขึ้นอย่างมากนะครับ ช่วยให้เก็บสินค้าได้มากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการเก็บสินค้าเองก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากนะครับ เพราะว่าการเก็บสินค้าบางชนิดนั้นจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน  ดังนั้นในการเก็บสินค้านั้น การที่มีอุณหภูมิที่คงที่นั้น จะช่วยให้สามารถทำให้เก็บสินค้าได้นานขึ้นอย่างมาก และ ช่วยให้มาตรฐานของการเก็บสินค้านั้นดีขึ้นอย่างมากนะครับ  และทำให้สินค้าภายในอุตสาหกรรมนั้นมีมาตรฐานมากขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน ช่วยให้การผลิตสินค้าดีขึ้น […]

0 Comments
จดทะเบียนบริษัท

การเปิดบริษัทเป็นของตัวเองทำได้อย่างไร

เหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคน มักให้ความสนใจในการจดทะเบียนบริษัทเป็นของตนเองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสินค้าหรือบริการของเรา ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจกำลังมองหาขั้นตอนในการจดทะเบียนบริษัท เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างง่าย ด้วยตนเอง โดยจะมี 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ ขั้นตอนแรกนั้นจะต้องทำการจองชื่อบริษัทเป็นอันดับแรก ชื่อที่ก่อตั้งขึ้นใหม่จะต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกับชื่อที่เคยมีอยู่ก่อนหน้าแล้วหรือชื่อที่ใกล้เคียงกับชื่อบริษัทอื่น โดยสามารถจะทำการจองด้วยตนเองได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่สำนักงานพาณิชย์ประจำจังหวัดนั้น ๆ หรือสามารถจองผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยเข้าไปทำการสมัครสมาชิกในเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในเมนูที่ชื่อว่าจองชื่อหรือตรวจคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล เมื่อผ่านการ login เข้าสู่ระบบแล้วจะมีการให้คุณได้ลงทะเบียนชื่อเอาไว้ทั้ง 3 ชื่อที่คุณได้ตั้งเอาไว้ โดยการจดทะเบียนบริษัทนั้นจะต้องไม่ซ้ำกับบุคคลอื่น เมื่อทำการกรอกชื่อครบทั้ง 3 ชื่อแล้ว ให้กดคำว่า Submit จากนั้นนายทะเบียนจะใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อมีการยืนยันการจองสำเร็จจึงถือว่าเราทำขั้นตอนการจองชื่อสำหรับจดทะเบียนบริษัทได้สำเร็จ ขั้นตอนที่สองเป็นขั้นตอนของการเตรียมข้อมูล ซึ่งจะต้องเตรียมข้อมูลสำคัญอยู่ด้วยกัน 7 ส่วนอันประกอบไปด้วย ชื่อของบริษัทที่ทำการจองไว้ ที่ตั้งของสำนักงาน ซึ่งจะต้องมีการจดเลข 11 หลัก ที่อยู่บนสมุดทะเบียนบ้านและแผนภาพสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ด้วยจึงจะถือว่าเป็นที่ตั้งของสำนักงานได้ วัตถุประสงค์ของบริษัทในการก่อตั้งขึ้นโดยจะต้องเขียนแจกแจงออกมาเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจนและกระชับได้ใจความและครอบคลุมกิจการทั้งหมดของธุรกิจ ทุนในการจดทะเบียนบริษัท สามารถจดทะเบียนบริษัทโดยใช้ทุนเท่าไหร่ก็ได้แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมักจะนิยมจดที่ราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท รายชื่อของผู้ประกอบการหรือผู้ก่อตั้ง โดยจะใช้ชื่อผู้ก่อการทั้งหมด 3 คนขึ้นไป โดยทุกคนที่ถูกนำชื่อมาใช้ในการจดทะเบียนบริษัทนี้จะต้องมีการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น รายชื่อของผู้ถือหุ้นจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท […]

0 Comments
มีเงินทุนน้อยควรเลือกลงทุนธุรกิจแบบไหนดี

มีเงินทุนน้อย จะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรดี

เงินทุน เป็นสิ่งที่จะเริ่มต้นให้กับการทำธุรกิจ และจะประคองธุรกิจให้อยู่ได้ การจะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรก็ตาม ล้วนต้องใช้เงินทุนทั้งสิ้น ส่วนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเงินทุนของแต่ละคน และความเหมาะสม เราอาจจะเคยเห็นบางธุรกิจ ที่ใช้เงินเริ่มต้นด้วยเงินทุนไม่สูงมาก แต่สามารถาสร้างกำไรได้อย่างมหาศาล และปัจจุบันก็มีธุรกิจที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า ทำไมเขาทำแบบนั้นได้ ประเด็นก็คืออยู่ที่เรื่องของการบริหารเงินทุน และไอเดียในการทำธุรกิจต่างหาก สำหรับใครที่มีความฝันในการทำธุรกิจอยู่ เราจะมาดูว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินทุนน้อยๆ นั้น ควรจะเริ่มอย่างไรให้ธุรกิจไปต่อได้ และสร้างกำไรให้กับคุณ 1. เริ่มในสิ่งที่ตัวเองชอบ ถ้าเริ่มทำอะไรก็ตามในสิ่งที่ตัวเองชอบ คุณก็จะอยู่กับสิ่งนั้นได้นาน ความชอบอาจจะเริ่มต้นจากงานอดิเรก หรือจุดเล็กๆ ในชีวิตของคุณก็ได้ เป็นเหมือนการเอามาต่อยอดความสำเร็จให้สูงขึ้นกว่าเดิม และในการเริ่มต้นทำธุรกิจที่ดีนั้น ไม่ควรจะเริ่มต้นด้วยการเห็นว่าคนอื่นประสบความสำเร็จในธุรกิจอะไร แล้วเราก็จะเอาตาม แบบนั้นจะทำให้คุณทำงานลำบาก และไม่มีความสุขกับการทำงานด้วย 2. สะสมความรู้ให้มากที่สุด เมื่อคุณรู้ว่าต้องการอยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร แม้จะเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่แล้ว ก็ควรหาความรู้เพิ่มเติมให้มากที่สุด เอาให้เหมือนกับว่าเราเป็นผู้รู้ในเรื่องนั้นเลย อย่างเช่นการจะทำสวนผักสักอย่าง ก็ควรศึกษาวิธีการปลูกให้ดี การป้องกันดูแลผัก ตลาดที่รับซื้อ แบบนี้เป็นต้น อีกอย่างถ้าคุณคิดว่ายังไม่รู้เรื่องอะไรดีพอ ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยการเข้าอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ทุกอย่างมีรวบรวมให้คุณหมดแล้วอยู่ในนั้น ทั้งตัวอย่างของคนไทย และคนต่างประเทศที่ทำธุรกิจ เชื่อว่าจะต้องมีคนที่ทำธุรกิจคล้ายกับคุณอยู่ไม่น้อย ลองไปศึกษาและนำไปเดียเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจของคุณด้วยก็ได้ 3. เริ่มลงมือทำ บางทีการสะสมความรู้เพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้ความรู้มากที่สุด อาจจะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเสมอไป […]

0 Comments
การทำธุรกิจคู่กับงานประจำ

อยากทำธุรกิจคู่กับงานประจำ ควรเริ่มต้นอย่างไร

เชื่อว่าคนทำงานประจำจำนวนไม่น้อย อยากจะออกจากชีวิตงานประจำอยู่วันละหลายครั้ง อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเองสักอย่าง จะได้มีเวลาให้กับชีวิต ให้กับครอบครัวมาก และจะได้มีอิสระทางด้านการเงิน เป็นเถ้าแก่น้อยคนต่อไป แต่ก็ยังไม่มีไอเดียว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ออกจากงานแล้วจะไปทำอะไรต่อ สำหรับคนทำงานประจำท่านใด ที่มีความรู้สึกอย่างนี้อยู่ อยากจะบอกว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจบางอย่าง สามารถทำควบคู่กับการทำงานประจำของคุณได้เลย โดยที่ไม่ต้องลาออก อย่างน้อยหากธุรกิจไม่เป็นอย่างที่หวัง คุณก็ยังมีรายได้จากงานประจำเช่นเดิม มาดูว่าไอเดียในการทำธุรกิจควบคู่กับงานประจำ เริ่มต้นอย่างไรบ้าง 1. หาตัวเลือกที่เหมาะสมกับเวลาของคุณ เมื่อคุณทำงานประจำอยู่ เวลาในการทำธุรกิจก็ย่อมน้อยลง ดังนั้นควรมองหาธุรกิจที่สามารถทำได้โดยที่ไม่รบกวนเวลางาน อย่างเช่น เป็นธุรกิจที่ทำในช่วงเย็นได้ หรือทำเฉพาะวันหยุด อย่างการเปิดร้านอาหาร ร้านแฟรนไชส์ เป็นต้น ถือว่าเป็นการหารายได้เสริม และเป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ 2. มองหาตัวช่วย เดี๋ยวนี้ตัวช่วยหลักของการทำธุรกิจทุกประเภท ก็คือการทำผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การขายผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการให้บริการได้มากกว่าการเปิดหน้าร้าน และการขายผ่านออนไลน์ ก็ยังเป็นการประหยัดเงินทุนของคุณได้มาก เพราะไม่ต้องเสียเงินในการทำร้าน ตกแต่งร้าน ถ้าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร คุณก็ทำอาหารที่บ้าน และส่งออเดอร์ให้กับลูกค้าได้เลย 3. ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เทคโนโลยีในการขายก็มีแล้ว นั่นก็คือการขายผ่านทางออนไลน์เพิ่มอีกช่องทาง ส่วนวิธีการบริหารเองก็สำคัญเช่นกัน หากคุณยังจัดการเวลาหรือบริหารธุรกิจของตัวเองยังไม่ดีพอ ควรจะมองหาตัวช่วยเข้ามาช่วย นั่นก็คือการใช้โปรแกรมต่าง เช่น […]

0 Comments
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ

การเริ่มต้นทำธุรกิจ คืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของชีวิตที่หลายคนมีความใฝ่ฝัน เพราะในยุคนี้เราจะเห็นเกี่ยวกับคนอายุน้อยร้อยล้านกันมาก จึงทำให้อยากจะเป็นเหมือนกับคนเหล่านั้นได้ แต่การจะเริ่มทำเลยโดยที่ไม่มีการเตรียมความพร้อมอะไรมาก่อน ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเช่นกัน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะขากทุน หรือว่าเจ้งได้นั่นเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเริ่มต้นทำธุรกิจ เราจะมาดูกันก่อนว่า สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจมีอะไรบ้าง จะได้เป็นไอเดียในการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ เรื่องที่ควรรู้ก่อนเริ่ม 1. ต้องการทำ หรือถนัดเรื่องอะไร อันดับแรกเราต้องถามตัวเองก่อนว่า มีความต้องการอยากจะทำอะไร หรือมีความชอบในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งการทำธุรกิจ จะต้องเลือกที่ตัวเราชอบเท่านั้น จะได้มีความสุขขณะที่ทำงานไปด้วย และยิ่งเราเมีความรู้ศึกษาในสิ่งที่ตัวเองถนัดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจได้มากเท่านั้น 2. เลือกประเภทของการทำธุรกิจให้ตรง ประเภทของการทำธุรกิจ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ก็คือ การทำธุรกิจระหว่างธุรกิจ (Business-to-Business) คือกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นบริษัท หรือว่าเป็นองค์กรที่ทำธุรกิจ ซึ่งการทำธุรกิจประเภทนี้จะมีขนาดที่เป็นขนาดใหญ่ และมีกำลังการผลิตที่สูงพอสมควร กับแบบที่สองก็คือ การทำธุรกิจระหว่างธุรกิจกับลูกค้า (Business-to-Customer) คือการทำสินค้าเพื่อมาตอบสนองความต้องการของลูกค้านั่นเอง อย่างเช่น การทำเสื้อผ้า ของกิน เป็นต้น 3. เป้าหมายที่ชัดเจน เป้าหมายในการทำธุรกิจ จะเป็นเหมือนความฝันที่จะทำให้คุณมีไฟในการทำงานมากขึ้น หากไม่รู้ว่าทำธุรกิจเพื่อมีจุดประสงค์อะไร การทำธุรกิจก็อาจจะไม่ได้ผล และมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ อย่างเช่น เป้าหมายต้องการอยากจะมีเงินล้าน […]